บลูฮาวายอิตาเลี่ยนโซดา Blue Hawaii Italian Soda ดับร้อนสดชื่นกับแก้วโปรด บลูฮาวายอิตาเลี่ยนโซดา เครื่องดื่มม็อกเทลที่หลายคนชื่นชอบ

บลูฮาวายอิตาเลี่ยนโซดา Blue Hawaii Italian Soda ดับร้อนสดชื่นกับแก้วโปรด

บลูฮาวายอิตาเลี่ยนโซดา Blue Hawaii Italian Soda ดับร้อนสดชื่นกับแก้วโปรด

บลูฮาวายอิตาเลี่ยนโซดา เครื่องดื่มม็อกเทลที่หลายคนชื่นชอบ ซึ่งใครหลายคนอาจเข้าใจว่า บลูฮาวาย ถือว่าเป็น เครื่องดื่มค็อกเทล (cocktail) คือการที่นำเอาน้ำผลไม้ผสมเข้ากับแอลกอฮอล์ ซึ่งถือว่าเครื่องดื่มชนิดนี้เป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ ในเวลาไปท่องเที่ยว ตามบาร์ หรือตามสถานที่ท่องเที่ยว ผับ หรือบาร์ต่างๆ

แต่หากเราพูดถึงในเครื่องดื่มอีกแบบ ที่กำลังเป็นที่นิยมไม่ต่างกันมาก และเริ่มมีคนนิยมดื่มกัน รวมถึงในวันนี้มีความนิยมในการสั่งมาดื่มกันเทียบเท่ากับ เครื่องดื่มแบบค็อกเทลกันเลยก็คือ ม็อกเทล (mocktail) ถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่เน้นไปในทางเพื่อสุขภาพมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสม นม โยเกิร์ต ไซปรัส น้ำผลไม้ แต่ที่สำคัญแล้วต้องไม่มีแอลกอฮอล์เข้ามาในส่วนผสม คือความแตกต่างของเครื่องดื่มในสองรูปแบบนี้ และ น้ำอิตาเลี่ยนโซดา แก้วนี้ก็ถือว่าเป็น เครื่องดื่มแบบ ม็อกเทล ที่มีการเสริมรสชาติให้อร่อยคือ น้ำผลไม้ และโซดาเพียงเท่านั้น

บลูฮาวายอิตาเลี่ยนโซดา Blue Hawaii Italian Soda ดับร้อนสดชื่นกับแก้วโปรด

ส่วนผสมที่ลงตัวของบลูฮาวายอิตาเลี่ยนโซดา

จริงๆ แล้ว ม็อกเทลบลูฮาวายอิตาเลี่ยนโซดา แก้วนี้ อาจมีต้นกำเนิดมาจากเครื่องดื่มที่สาวๆ ทุกคนคุ้นเคยกันดีอย่างที่ได้เกริ่นไปข้างต้นแล้วคือ ค็อกเทลบลูฮาวาย ที่มีความนิยมมานาน หลังจากนั้นเครื่องดื่มม็อกเทลถึงได้เริ่มเข้ามาในหมู่นักดื่ม ที่ในบางครั้งก็ไม่ได้อยากกินแอลกอฮอล์เพื่อการสังสรรค์ แต่เน้นน้ำผลไม้ ที่จะมีวิธีมิกซ์ หรือผสมแบบไหนกัน ถึงจะได้แก้วเครื่องดื่มที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งแอลกอฮอล์ให้รสชาติอร่อย สูตรทำอิตาเลี่ยนโซดา ในวันนี้ จึงเป็นแก้วเครื่องดื่มที่ให้ความอร่อยได้ไม่แพ้กับค็อกเทลแก้วโปรดที่เราเคยดื่มๆ กันเลยทีเดียว

1.น้ำเชื่อมกลิ่นบลูฮาวาย 30 มิลลิลิตร

2.น้ำมะนาว 15 มิลลิกรัม (กรองเม็ด และเกร็ดเนื้อมะนาวออก)

3.น้ำเชื่อม 10 มิลลิลิตร

4.โซดา 1  ขวด

5.น้ำแข็งก้อน

ถึงเวลาในการผสมเครื่องดื่ม บลูฮาวายอิตาเลี่ยนโซดาสูตรการมิกซ์แบบง่ายๆ

เมื่อเตรียมส่วนผสมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว การผสมมีอยู่ 2 แบบคือ การผสมแบบใช้ถ้วยผสมธรรมดา กับการใช้เชคเกอร์ ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้อาจมีความต่างอยู่เพียงว่า ถ้าเป็นแบบแรกที่ผสมในถ้วยตวง แล้วนำมาเทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งไว้แล้ว จะทำให้เครื่องดื่มกับน้ำแข็งต้องใช้เวลาในการผสม หรือเข้ารสชาติกันอีกสักเล็กน้อย อย่างเช่น อาจต้องใช้หลอดคนเพื่อให้เข้ากัน ทั้งกับตัว ไซรัปกลิ่นบลูฮาวาย น้ำเชื่อม ตัวโซดา และน้ำแข็ง

แต่หากเรามีอุปกรณ์ในการผสม หรือเชคเกอร์แล้ว สามารถที่จะนำน้ำแข็งเชครวมกับส่วนผสมทุกอย่าง เมื่อเทลงแก้วทุกอย่างจะเข้ากันดีอย่างลงตัว รวมถึงความเย็นที่ซึมผ่านเข้าเป็นส่วนเดียวกับบลูฮาวายอิตาเลี่ยนโซดาแก้วนั้นๆ ซึ่งหากเป็นค็อกเทลการมีตัวเชคเกอร์นี้ เป็นส่วนสำคัญทีเดียวที่จะทำให้น้ำผลไม้ น้ำแข็ง ไซรัป และแอลกอฮอล์ผสมรวมกัน และออกรสชาติอย่างลงตัว

1.นำเอาน้ำเชื่อมกลิ่นบลูฮาวาย น้ำมะนาวมาผสมรวมกัน เมื่อคนเข้ากันดีแล้วจะได้สีที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นให้ใส่น้ำเชื่อมคนตามจนเข้ากันดี

2.ใส่น้ำแข็งเต็มแก้ว แล้วเทส่วนของบลูฮาวายอิตาเลี่ยนโซดาลงไปก่อนจนหมด หรือเทเพียงครึ่งเดียว จากนั้นเทโซดาตามครึ่งขวด จะเป็นการแต่งแก้วแบบครึ่งต่อครึ่ง คือระหว่างไซปรัสบลูฮาวายที่ผสมแล้ว กับโซดา แต่หากต้องการให้มีหลายเลเยอร์ สามารถเทบลูฮาวายตามอีกชั้น และลงชั้นสุดท้ายด้วยโซดาที่เหลือ แต่หากเราใช้ตัวเชคเกอร์ก็จะได้เครื่องดื่มม็อกเทลแก้วนี้ แบบสีบลูฮาวายสีเดียวกันทั่วทั้งแก้ว

แต่ส่วนใหญ่ในส่วนของร้านให้บริการเครื่องดื่ม เมนูอิตาเลี่ยนโซดา นี้ จะแต่งแก้วเทให้แบบชั้นต่อชั้น หรือแบบที่หนึ่ง เพราะหากใส่ทั้งตัวไซปรัสบลูฮาวายจนหมดที่ผสมไว้ และตามด้วยโซดาอีกครึ่งขวดที่เหลือจะได้ปริมาณที่มากเกินไป ส่วนน้ำแข็งที่นิยมใช้สำหรับเครื่องดื่มม็อกเทลแบบนี้ จะเลี่ยงการใช้น้ำแข็งก้อนใหญ่ที่มีลักษณะเหมือนน้ำแข็งยูนิค การใช้น้ำแข็งเกล็ด หรือหลอด จะช่วยให้ความเย็นกับแก้ว เครื่องดื่มม็อกเทล เร็วกว่า ซึ่งถือว่าเป็นจุดขายของเครื่องดื่มแบบนี้ ที่ต้องการวให้เกิดความสดชื่นจากน้ำผลไม้ และความเย็นจากน้ำแข็ง


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *